We want people helping people to help themselves

เกลียด Amway (ต่อ)

01:36, 2006-Dec-22 .. Posted in Amway business .. 1 comments .. Link

จะขอบอกว่าที่ผมกำลังเขียนอยู่นี้ ถือว่าเป็นเพียงแค่ประเด็นหนึ่งที่เกิดขึ้นจากมุมมองของผม ซึ่งไม่ได้หมายถึงทั้งหมดของแอมเวย์ เพราะหากผมจะพูดถึงแอมเวย์ทั้งหมดที่ผมได้เรียนรู้มาละก็ เดี๋ยวเอาไว้ผมไปพูดกับคนที่สงสัยตัวต่อตัวเลยดีกว่าไหมครับ อิอิ

 

ถามว่า ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่สำเร็จได้จากการที่จูงใจความโลภของคนนี้ไม่ใช่เหรอ - - เอ่อ เอาเป็นว่าผมถามกลับได้ไหม ว่า คุณทำงานอะไรอยู่เหรอครับ แล้วปัจจุบันได้รายได้เท่าไรครับ เอางี้ ผมขอให้คุณโอนเงินเดือนมาให้ผมที่บัญชี xxxxx นี้ได้ไหมครับ ผมว่าคุณคงเคยแต่ได้ยินว่า อยากรวยไหม ทำแอมเวย์สิ ประมาณนี้มั้ง เงินไม่ใช่พระเจ้าครับ แต่เอาไว้ใช้ซื้อสิ่งต่าง ๆ ที่จำเป็นได้ หากคุณเจ็บป่วยเข้าโรงพยาบาล คุณจะบอกพยาบาลไหมครับว่า ตอนนี้ผมทำไร่กล้วยมีกล้วยจากไร่ของผมเองประมาณ 1,000 หวี เอามาแลกกับค่าใช้จ่ายทางโรงพยาบาลแทนละกัน (ถ้าจะมีแบบนี้ก็ตอนยังไม่มีการใช้เงินแลกเปลี่ยนนั่นละครับ)- - ทุกสิ่งทุกอย่างมองได้ทั้งสองด้านละครับ อย่างเช่น คนจะลอยได้ก็เพราะน้ำ แต่คนก็จมได้เพราะน้ำเช่นกัน

 

 

หากคุณเป็นคนที่มีการศึกษาสูงนะครับ คงเคยอ่านเจอเกี่ยวกับ การที่เราจะเรียนในเรื่องต่าง ๆ เราจำเป็นต้องเรียนรู้แนวคิดที่ถูกต้องเสียก่อน คุณหมอเขาก็ต้องมีการเรียนเรื่องจรรยาบรรณ ถูกไหมครับ (อันนี้ไม่แน่ใจ แต่คิดว่าใช่อะนะ)

บริษัทแต่ละบริษัทถามว่าเขามองเป้าหมายไปที่ผลกำไร ใช่ไหมครับ ผลประโยชน์ที่มีต่อบริษัทถูกไหมครับ - - แต่พอผมศึกษาแอมเวย์แล้ว ผมมองว่าบริษัทแอมเวย์ถือว่ามีแนวคิดที่ต่างออกไป หากผมจะบอกว่า วิสัยทัศน์เขาคือ การช่วยเหลือผู้คน คุณคงไม่ค่อยเชื่อหรอกผมขอบอกเลยนะว่าผมอายุ 21 จะ 22 แล้วก็ตอนนี้กำลังศึกษาอยู่ ม.ธรรมศาสตร์ ชั้นปี 4 แน่นอนละ คุณมองโลกในแง่ร้ายก็ไม่แปลก เพราะผมเองก็เคยมองแบบนั้น คุณอาจจะมองว่าผมยังเด็กอยู่ ไม่ค่อยมีประสบการณ์เท่าไร ก็แล้วแต่ แต่ธุรกิจแอมเวย์หากถามว่ามีอาชีพไหนไหมที่ไม่ทำในธุรกิจแอมเวย์ ก็บอกได้เลยว่า ไม่มี  ทุกเพศทุกวัยก็ทำกันเยอะ ขนาด 80 ปียังมีเลยครับ เขาทำไปเพื่อเงินเหรอ ผมว่าคงไม่ใช่ ผมไม่เคยเข้ามาเพราะเรื่องของรายได้เลย รายได้ผมรู้ว่าได้แน่นอนอยู่แล้ว แต่ยังมีอีกหลายอย่างที่ในธุรกิจแอมเวย์สามารถตอบโจทย์ให้กับชีวิตของเราได้ หากมองดี ๆ

 

ถามว่าถ้ามันดีอย่างนี้ ป่านนี้ก็ทำกันหมดแล้วสิ - - เอาเป็นว่าคนเหมือนกัน แต่ต่างกันเพราะความคิดของคนนะครับ (ตอบแบบรวบรัดอย่างนี้จะเข้าใจไหมเนี่ย แต่ตอบยาวก็ไม่รู้จะตอบไปทำไม)

 

แล้วอีกเรื่องเห็นว่า ให้คนอื่นทำงานแทน - - เอ่อ คุณเคยมาทำแอมเวย์เหรอเปล่าครับ เหอๆๆๆ อันนี้คงต้องถามจริง ๆ แล้วก็แน่นอนนะครับ มันขึ้นอยู่กับแนวคิดของแต่ละคนละครับ ความจริงหากผมพูดแผนการตลาด ตรงนี้จะกระจ่างเลยละว่าให้คนอื่นทำงานแทนจริงเหรอ

 

เอาเป็นว่า สิ่งที่ผมพิมพ์ไปทั้งหมดเกิดขึ้นจากแนวคิดของผม ไม่เกี่ยวกับแอมเวย์นะครับ อิอิ



เกลียด Amway จัง????

08:13, 2006-Dec-12 .. Posted in Amway business .. 3 comments .. Link

ผมไม่ได้เป็นคนเกลียดแอมเวย์หรอกนะครับ แต่ผมเห็นคนอื่นพูดในลักษณะนี้มาเยอะมาก ไม่ว่าจะในเวลาเราไปเจอคนอื่น ๆ หรือว่าในเวปไซด์ต่าง ๆ ที่เป็นการเขียนแบบเสรี แน่นอนครับ ผมอ่านดู ผมรู้เลยว่า เขาเกลียดแอมเวย์เพราะอะไร แต่หากมองในแง่ที่ผมเป็นมนุษย์ธรรมดาคนนึงที่ไม่เกี่ยวกับแอมเวย์นะ(แม้ว่าผมจะทำแอมเวย์อยู่) ผมว่าแอมเวย์เนี่ย เป็นแค่สื่อกลางให้คุณเข้าใจ แต่การที่คุณจะสมัครหรือไม่สมัครเนี่ย ขึ้นอยู่กับว่า คุณได้เจอกับใคร ไม่ใช่ว่าเพราะว่าแอมเวย์ดีหรือไม่ดีหรอก(จริง ๆ นะลองคิดดู)

 

 

ผมก็มีหลายกรณีที่จะมาพูด คือเขาบอกเลยว่า แฟนเขาเลิกเพราะ แอมเวย์ ผมลองอ่านแล้วก็นึกขำว่า นี่ขนาดแอมเวย์ไม่ใช่คนหรือสิ่งที่มีชีวิตที่บอกเพศได้ยังสามารถทำให้เขาโกธรเลยได้เลยนะเนี่ย ยังทำให้แฟนเขาถึงกับเลิก แต่ผมเห็นคนหลายคนที่เขาเลิกกัน บางส่วนผมว่าต่อให้เข็มสะกิดก็เลิกกันได้แล้วนะครับ ผมว่าไม่ว่าใครก็สามารถเลิกกันได้ แต่น่าแปลกพอมีเรื่องแอมเวย์ ก็จะบอกว่าแฟนเลิกกันเพราะแอมเวย์ - - เฮ้อ

 

แล้วก็อย่างมีบางคนบอกว่า เนี่ยเพื่อนมันพูดอะไรก็แอมเวย์ ๆ จนไม่คบแล้ว ผมเข้าใจครับว่าคุณไม่ชอบ แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าเพื่อนคุณเป็นคนอย่างไรนั่นแหละครับ คุณคบกับเขาเพราะอะไรผมไม่รู้ แต่แอมเวย์จะเป็นอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะไประลึกว่าครั้งแรกคุณเจอกับแอมเวย์อย่างไรหรือเปล่า เพราะคงเคยได้ยินคำว่า first impression นะครับ ก็คือความรู้สึกครั้งแรกเจอ นี่คือคนทุกคนต้องมี คุณจะบอกว่าคุณไม่มีคงไม่ได้เพราะนี่เป็นสัญชาติญาณของทุกคนละครับ

 

แล้วก็อีกหลายกรณี อย่างไปเจอเพื่อนใหม่บอกว่าแอมเวย์ คุณก็ไม่รับฟังละ เพราะได้ยินมานาน แต่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณเคยฟังมากี่ครั้ง มันขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเปิดใจรับฟังเมื่อไรตั้งหาก ผมก็คนนึงละที่เคยไปฟังมา 10 กว่าที่แต่ก็ไม่สมัคร (จากบริษัทขายตรงอื่น) แล้วก็มีเพื่อนชวนไปฟังอีก 10 กว่าคน แต่พอผมเปิดใจผมลองไปฟังดู ผมสมัครในวันนั้นเลย ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้มีเงินมากอะไร และมีหลายเหตุผลที่ไม่สมัครได้เลย

 

คนส่วนใหญ่มักจะโทษแต่คนอื่นเสมอละครับ ไม่ผิดที่เขาจะมีนิสัยเพราะถือว่าเป็นการป้องกันตัวชนิดนึง(กรุณาอ่านด้วยว่าส่วนใหญ่ถ้าคุณเป็นส่วนน้อยก็ดีครับ ผมชอบ) แต่น่าแปลก ผมศึกษาในแอมเวย์นี้ คนเป็นผู้นำจะบอกว่า ให้คุณรู้จักโทษตัวเอง (ไม่ได้หมายถึงทำไม่ได้นะ - -) ที่ผมหายไปนาน ผมจริงก็คือกำลังตั้งใจทำแอมเวย์ให้มากขึ้นละนะครับ แต่พอดีมาอ่านเจอคนเกลียดแอมเวย์ เลยอยากเขียนมาเผื่อว่าหลายท่านจะเอียนเต็มทีแล้ว

 

ผมว่าน่าแปลกนะที่คนเราจะเกลียดอะไรได้ง่าย ๆ แม้ว่าสิ่งที่เกลียดนั้นจะไม่ใช่คนหรือสิ่งของ เพียงเพราะสิ่งของเกี่ยวข้องกับคนเท่านั้นเอง



งานเปิดตัว Atmosphere ยิ่งใหญ่จริง!!!!

01:02, 2006-Sep-25 .. Posted in Amway business .. 0 comments .. Link
หลังจากเมื่อวันที่ 23 กันยายน ได้มีการเปิดจำหน่ายเครื่องกรองอากาศ Atmosphere รอบทั่วไปซึ่งแน่นอนว่ามีคนไปซื้อกันตั้งแต่เช้า(6โมงยังมีคนมารอกันเลย)ยันไปถึงเย็น ซึ่งหมดไปล็อตนึง วันนั้นผมก็ไปรอ 6 โมงเช้า..................ให้คนอื่น เพราะตัวเองทำเฟริสช้อยส์ไม่ได้(ผมเป็นนักศึกษาอยู่) วันที่ 24 กันยายน ผมได้ไปสอนพิเศษอยู่ที่งามวงศ์วานเห็นว่าใกล้กับเมืองทองธานี จึงลองไปดู พอไปถึงในงาน ก็อย่างที่คิดนั่นคือ คนยังคงหนาแน่นเหมือนที่ผมเคยไปงาน expo (แม้ว่าจะน้อยกว่าหลายเท่าก็ตาม) แม้จะมีสินค้าเพียงแค่ Atmosphere แต่ก็มีผู้คนมากันอย่างล้นหลาม และที่สำคัญที่นี่มีการซื้อเครื่องกรองอากาศด้วย และมีการให้บัตรคิวซื้อสินค้า - - ถึงขนาดนั้นเลย แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่น่าตกใจอะไรหรอก แต่สิ่งนี้ซิที่ผมเห็นแล้วต้องบอกว่า ขนาดนั้นเลยเหรอ?? คือมีคนเขียนป้ายบอกว่า รับซื้อบัตรคิว กัน รู้สึกที่ได้ยินข่าวมาคือ ต้องรอเครื่องนี้อีก 3 เดือนหน้าเลย หลังจากที่ผมได้ไปฟังผู้ประสบความสำเร็จมาแชร์เรื่องเครื่องกรองอากาศ ซึ่งบอกได้คำเดียวว่า สุดยอด!!! เดิมทีผมว่าผมตื่นเต้นเรื่องตัวเซ็นเซอร์ฝุ่นอยู่แล้ว(สามารถบอกได้ว่าภายในห้องมีฝุ่นมากหรือไม่) แต่ยิ่งตื่นเต้นมากหลังจากที่ได้ฟัง ก็เดี๋ยวจะแว่บมาบอกละกันว่ามีอะไรที่สุดยอดบ้างในคราวหน้า

เพลงเพื่อกำลังใจ

10:26, 2006-Aug-7 .. Posted in Positive Thinking .. 0 comments .. Link

เพลง : ต่อให้ใครไม่รัก

ศิลปิน : project H

เนื้อร้อง : บอย ตรัย ภูมิรัตน


ฉันรู้เธอไม่สบายใจ ฉันรู้มีใครมากมายนั้นมองเธอผิด

สิ่งที่เธอคิดไม่มีใครเห็นและเข้าใจ

ถึงแม้ว่าใครจะยังไง ถึงแม้ว่าใครต่อใครไม่ให้โอกาส

ในวันที่แพ้ที่เธอทำพลาด

จะวันไหนฉันอยากจะขอให้เธอเข้าใจว่า



* ต่อให้ใครไม่รัก ต่อให้ใครไม่สน

แต่อยากจะขอให้เธออดทน ไม่ต้องไปหวั่นไหว

ต่อให้ดาวหมดฟ้า ต่อให้คนทั้งโลกไม่เข้าใจ

แต่รู้ไว้อย่างได้ไหม ว่าฉันนั้นรักเธอ

ฉันรู้ว่าเธอพยายาม และรู้ว่าเธอนั้นทำด้วยความตั้งใจ

สิ่งที่เธอคิดนั้นช่างยิ่งใหญ่

ได้ยินไหม อยากให้เธอรู้และเธอเข้าใจ

(ซ้ำ *)

(ซ้ำ * , *)

********************************

 

ส่วนใหญ่คนที่ทำแอมเวย์ มักจะมีเพลงที่อยู่ในใจของพวกเขาหลายคนเพื่อที่จะมีกำลังใจทำต่อไปโดยรู้ว่าจุดหมายปลายทางอยู่ที่ใด

พอเขาถามว่าสิ่งไหนที่ทำให้เรารู้สึกมีกำลังใจ ผมก็นึกถึงเพลงนี้ได้ทันที แปลกดีเหมือนกันนะครับ แต่ผมรู้สึกว่าเพลงนี้ทำให้เรามีกำลังใจมากขึ้น หากใครยังไม่มีเพลงไหนในหัวใจ ก็ลองฟังเพลงนี้ดูครับ คนแต่งเป็นคุณบอย ตรัย ภูมิรัตน ซึ่งแต่งเพลงเพราะ ๆ ให้เราได้ฟังเยอะมาก เช่น พื้นที่เล็ก ๆ / ความลับ / ชั่วโมงต้องมนต์ ซึ่งส่วนใหญ่ก็อยู่ในเบเกอรี่ มิวสิค เพลงนี้น่าจะเป็นอีกเพลงที่ทำให้คุณมีกำลังใจทำงานต่อไป you can do it



Artistry ใช้แล้วแพ้จริงเหรอ

12:34, 2006-Aug-4 .. Posted in Amway business .. 1 comments .. Link

Artistry ถือว่าเป็นเครื่องสำอางค์และผลิตภัณฑ์บำรุงผิวภัณฑ์ที่ดีไม่น้อยหน้ากว่า Lancome, Clinique, Estee luander เลย เพราะได้รับการยอมรับจากยูโรมอนิเตอร์ว่าติดอันดับ 1 ใน 5 ของยอดขายเครื่องสำอางค์ทั่วประเทศ และหากได้รับข้อมูลจากในเซ็นเตอร์จะรู้ได้เลยว่าอาร์ทิสตี้ถือได้ว่าเกินเกรด A ไม่ใช่สินค้าที่ไม่ได้คุณภาพ และราคาแพง

 

แต่มีบางคนบอกว่า Artistry เคยใช้แล้วแต่แพ้ นั่นแสดงว่าเกิดจากการที่คุณได้รับข้อมูลจากคนที่แนะนำท่านไม่ครบถ้วน หรือไม่ก็คนที่แนะนำท่านยังไม่มีข้อมูลที่จะบอกได้(เพิ่งเข้าทำธุรกิจ) จึงทำให้บางคนคิดว่าแพ้

ก่อนอื่นเลยสำหรับคนที่จะเริ่มใช้ Artistry ผมจะถามว่า เคยใช้ยาหมอหรือเปล่า และเคยแพ้เครื่องสำอางค์อะไรไหม หากเขาไม่ทั้งสองอย่าง ก็สามารถที่จะให้เขาทดลองได้ แต่หากว่าใช่สักข้อใดข้อหนึ่ง อันนี้ต้องมาเจาะลึกกันอีกครั้งว่าเป็นอย่างไร



สารานุกรมออนไลน์วิกีพีเดียไทย

12:20, 2006-Jul-12 .. Posted in Amway business .. 0 comments .. Link

ตอนนี้ที่ผมหายไปซักพัก เพราะกำลังเขียนสารานุกรมออนไลน์วิกีพีเดียไทย http://th.wikipedia.org อยู่ ซึ่งผมกำลังเขียนเรื่องของแอมเวย์ให้แก่ผู้ที่สนใจได้เข้าไปดู เพื่อได้ความรู้ที่ถูกต้องและเข้าใจมากขึ้น  ผมก็เป็นคนหนึ่งนะครับที่เคยเข้าใจว่าเป็นธุรกิจแบบไม่ดี เอาเปรียบคน แต่พอผมลองเปิดใจมาศึกษาดูทำให้ผมเข้าใจว่านี่ไม่ใช่อย่างที่ผมคิด ใครที่ยังมีอคติกับแอมเวย์อยู่ ก็ไม่ต้องเข้ามานะครับ



Dare 2 Dream

03:56, 2006-Jul-10 .. Posted in Positive Thinking .. 0 comments .. Link
ความฝัน ...

จอร์จ เบอร์นาร์ด ชอว์ นักคิดนักเขียนชาวอังกฤษ (1856-1950) เคยกล่าวว่า "คุณมองสิ่งของต่าง ๆ และคุณบอกว่า 'ทำไม?' แต่ผมจินตนาการสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อน และผมบอกว่า 'ทำไมจะไม่ล่ะ?' "

ความฝันเป็นคุณสมบัติพื้นฐานอย่างหนึ่งของมนุษย์ทุกคน ทว่าไม่ทุกคนที่สามารถใช้ฝันนั้นให้เป็นประโยชน์

บางคนใช้ความสามารถส่วนนี้เป็นเครื่องมือหนีโลก บางคนใช้มันในเชิงลบ บางคนปฏิเสธโลกของความฝันโดยสิ้นเชิง และมักเรียกมันว่า "ฝันกลางวัน" หรือ "ฝันเป็นตุเป็นตะไปได้" หรือ "มันเป็นเรื่องของพวกหนีโลก" ฯลฯ

เคยสังเกตไหมว่า ธรรมชาติไม่เคยสร้างอะไรที่เป็นส่วนเกิน ความฝันน่าจะมีความจำเป็นต่อเรา ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง บางทีหากไม่มีความสามารถส่วนนี้ เราอาจไม่อยู่รอดมาถึงทุกวันนี้

ลองมองไปรอบตัว มีอะไรบ้างที่ไม่ได้เกิดมาจากความฝัน?

เคยสังเกตไหมว่า ฝันเมื่อเรายังเด็กมักจะสร้างสรรค์กว่าเมื่อเราโตขึ้น เพราะสมองของเด็กน้อยยังไม่ถูกโลกของความจริงโหมกระหน่ำว่า นี่เป็นไปไม่ได้ นั่นก็เป็นไปไม่ได้

ความสวยงามของความฝันที่ดีคือมันเปลี่ยนชีวิตผู้ที่ฝันได้ และก็เปลี่ยนชีวิตของทั้งมนุษยชาติไปในทางที่ดีขึ้นได้

ถ้าเช่นนั้นทำไมไม่ลองใช้ประโยชน์จากฝันให้เต็มที่ล่ะ?

มีความแตกต่างอย่างใหญ่หลวงระหว่างสองประโยคนี้ : "ฉันอยากเป็น..." กับ "ฉันจะเป็น..."

ในแต่ละวัน เราเผชิญกับอุปสรรคต่าง ๆ นานา ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินออกจากบ้านไปเผชิญโลก ซ้อนท้ายจักรยานยนต์รับจ้างไปต่อรถเมล์ หนึ่งหรือสองหรือสามทอดไปโรงเรียนหรือไปทำงาน กว่าจะฝ่ารถติดไปถึง ถูกเจ้านายดุว่า ถูกลูกค้าต่อว่า สารพัด ผ่านหนึ่งวันด้วยความเครียด เมื่อจบวันก็นั่งรถเมล์ที่แน่นขนัดกลับบ้าน ซ้อนจักรยานยนต์รับจ้างกลับถึง และบ่นกับตัวเองและคนอื่นว่า นี่ไม่ใช่โลกที่เราเคยฝันไว้เลย

ที่ร้ายกว่านั้นคือ วันรุ่งขึ้นดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรแตกต่างจากวันก่อนที่เลวร้าย นานวันเข้าคุณก็สรุปว่าโลกแห่งความจริงใบนี้อัปลักษณ์ไม่น่าอยู่ เมื่อนั้นเองที่คุณจำเป็นต้องหนี (ตามกฎแห่งการอยู่รอด)

บางคนหนีจากโลกแห่งความจริงไปสู่โลกแห่งความฝัน ด้วยการสร้างฝันมาครอบ ไม่ว่าจะอยู่ในรูปใด ของมึนเมา ยา ยาเสพย์ติด เพื่อนเลว ฯลฯ

แต่ฝันแบบนี้ไม่เคยยั่งยืน ช้าหรือเร็วคุณก็ต้องตื่นขึ้นมาพบกับความจริงอีก

ทางเดียวที่จะไม่ต้องตื่นขึ้นจากโลกความฝันโดยสิ้นเชิงคือฝันในเรื่องที่ดี และเปลี่ยนความฝันนั้นให้เป็นความจริง

อยากรวยก็รวยได้ อยากเป็นนักเขียนก็เป็นได้ อยากเป็นนักแสดงก็เป็นได้... แน่นอนมันคงไม่ง่าย แต่รับรองว่ายากน้อยกว่านักกีฬาพิการที่ได้เหรียญทองโอลิมปิค คนตาบอดที่เรียนจบมหาวิทยาลัย คนเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายที่รอดชีวิตมาได้ นักร้องที่ไร้แขนขา ฯลฯ

หากคุณบอกว่าโอกาสที่ทำฝันให้เป็นจริงอย่างนั้นมีเพียงหนึ่งในล้าน ก็ทำไมไม่ลองลิ้มรสประสบการณ์ของการเป็นหนึ่งในล้านนั้นเล่า?

เพราะความไม่เชื่อในความฝันของตนเองนี่เอง ที่ทำให้ผมเห็นขอทานมือเท้าสมบูรณ์ทั่วบ้านทั่วเมือง

ในเวที American Idol (ซึ่งเป็นรายการคัดเลือกนักร้องระดับชาติจากทุกมุมโลก) เมื่อปีที่แล้ว ชาวอเมริกันทั้งประเทศเลือกให้นักร้องผิวดำผู้หนึ่งเป็นที่หนึ่ง เขามีร่างอ้วนใหญ่ หน้าตาไม่ใกล้เคียงกับคำว่า ดารา ในมุมมองของบ้านเราเลยแม้แต่น้อย

ทว่าความฝันของเขากลายเป็นจริงเพราะเขาเชื่อมั่นในความฝันของเขาว่าเป็นจริงได้ แม้ว่ามันดูแทบจะเป็นไปไม่ได้ในมุมมองของหลายคน

บางทีสิ่งแรกที่เราทำคือกล้าที่จะฝัน และกล้าที่จะเปลี่ยนชีวิตของเราให้ดีขึ้น และกล้ายอมรับผลที่ตามมา

ปัญหาคือคนส่วนใหญ่ยอมรับแต่ความสำเร็จ และเมื่อไม่มั่นใจในการเดินทางจากความฝันไปสู่ความจริง ก็มักใช้ข้ออ้างว่า "เปลี่ยนแปลงไปทำไม ชีวิตของฉันก็ดีอยู่แล้ว" หรือ "ถ้าล้มเหลวล่ะ จะทำยังไง?"

บางทีระยะทางระหว่างความฝันกับความจริงไม่ได้ห่างกันอย่างที่เรากลัว

บางทีวันพรุ่งนี้ ก่อนที่คุณจะบ่น ลองสำรวจดูใหม่ว่า มีฝันใดที่คุณอาจทำให้มันเปลี่ยนชีวิตคุณไปในทางที่ดีขึ้นได้บ้าง

และอย่างที่เล่าจื้อบอก "การเดินทางไกลหมื่นลี้เริ่มต้นที่ก้าวแรก"


รถสตารท์ไม่ติดเพราะไอศกรีมรสวานิลลา

03:43, 2006-Jul-10 .. Posted in Positive Thinking .. 1 comments .. Link
กรณีศึกษาจากประเทศสหรัฐอเมริกา

นี่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นระหว่างลูกค้า บ. General Motors และฝ่ายบริหารลูกค้า ของบริษัทดังกล่าว ซึ่งลูกค้าได้เขียนจดหมายร้องเรียน เกี่ยวกับสินค้าของบริษัทฯ ซึ่งก็คือ รถยนต์ Pontiac และด้านล่างทั้งหมดที่ส่งมาให้อ่านนี้ คือ ข้อความในจดหมายร้องเรียนที่ส่งมายัง แผนก Pontiac ของ บ. General Motors

" ผมเขียนจดหมายร้องเรียนถึงพวกคุณเป็นฉบับที่ 2 แล้ว ผมไม่ตำหนิพวกคุณหรอกนะ ที่ไม่ได้รับการติดต่อกลับจากจดหมายฉบับแรกของผม เนื่องจากพวกคุณคงคิดว่า ผมบ้า!!!!! แต่ว่ามันเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของผม เรื่องมีอยู่ว่า ทุกครั้งหลังทานอาหารเย็น ที่บ้านผมเค้าจะต้องทานไอศกรีมด้วยทุกครั้งและทุกครั้งหลังการโหวตว่าจะทานไอศกรีมรสอะไรดี ผมนั่นแหล่ะที่มีหน้าที่ขับรถออกไปซื้อไอศกรีมรสที่คนส่วนใหญ่ต้องการ คุณคงสงสัยว่ามันเกี่ยวกับบริษัทฯ คุณได้ยังงัยใช่มั๊ย??? เรื่องก็คือ ผมมีปัญหากับรถ Pontiac ที่ผมเพิ่งซื้อมาจากบริษัทฯพวกคุณ ทุกคืนผมจะขับรถคันนี้ไปซุปเปอร์มาเก็ตเพื่อซื้อไอศกรีมซึ่งจะขึ้นอยู่กับว่าคนส่วนใหญ่ต้องการทานไอศกรีมรสอะไรในวันนั้น ปัญหาก็คือ หากคืนไหนผมซื้อไอศกรีมรสวนิลา พอตอนจะขับรถกลับบ้านรถคันนี้จะ start ไม่ติด แต่หากวันไหนผมซื้อไอศกรีมรสอื่นๆ มันกลับ start ติดได้อย่างง่ายดาย ผมต้องการย้ำให้พวกคุณรู้ว่า ผมซีเรียสกับปัญหาที่เกิดขึ้น และต้องการคำตอบจากพวกคุณด้วยว่าทำไมทุกครั้งที่ผมซื้อไอศกรีมรสวนิลารถคันนี้จะ start ไม่ติด แต่ถ้าหากผมซื้อรสอื่นๆ มันจะ start ติดทุกครั้ง???? "

จดหมายฉบับนี้ได้มาถึงประธานบริษัทฯ ถึงแม้ว่าเรื่องราวในจดหมายฉบับนี้ จะดูเหมือนกับเรื่องไร้สาระ แต่ประธานบริษัทฯ ก็ได้ส่งวิศวกรไปตรวจสอบเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับชายคนนี้

วิศวกรที่ได้รับมอบหมายให้ดูแล Case ลูกค้ารายนี้ได้นัดหมายเวลาเพื่อเดินทางไปกับชายคนนี้ระหว่างที่เค้าต้องขับรถไปซื้อไอศกรีมที่ซุปเปอร์มาเก็ต คืนแรกหลังจากที่พวกเขาซื้อไอศกรีมรสวนิลา พอกลับมาที่รถ รถคันนี้ start ไม่ติด!!!!!! เป็นเหมือนกับที่ชายคนนี้ร้องเรียนจริงๆ คือ หากเค้าซื้อไอศกรีมรสวนิลา รถคันนี้จะ start ไม่ติด แต่เขายังคงไม่เชื่อกับเรื่องที่เกิดขึ้น วิศวกรกลับไปด้วยความฉงนใจ ครุ่นคิดอย่างหนัก และไม่เชื่อว่า เพียงเพราะไอศกรีมรสวนิลาจะทำให้รถ start ไม่ติด วิศวกรคนนี้ยังต้องการตรวจสอบปัญหานี้อย่างละเอียด โดยตัดสินใจเดินทางไปซื้อไอศกรีมกับชายคนนี้อีก

คืนแรก พวกเขาซื้อไอศกรีมรส Chocolate พอขากลับ รถ start ติด คืนที่สอง พวกเขาซื้อไอศกรีมรส Strawberry พอขากลับ รถก็ยัง start ติด พอคืนที่สาม พวกเขาซื้อไอศกรีมรส Vanilla พอขากลับ รถกลับ start ไม่ติด ในระหว่างการเดินทางจากบ้านของชายคนนี้ไปยังร้านขายของที่ซุปเปอร์มาร์เกต วิศวกรก็จะจดรายละเอียดทุกขั้นตอน ไม่ว่า จะเป็นระยะทางที่ใช้,ชนิดของเชื้อเพลิง, เวลาที่ใช้ ตั้งแต่ออกจากบ้านของชายคนนี้จนกระทั่งถึงที่ร้าน

พอหลังจากนั้น วิศวกรกลับไปศึกษารายละเอียดทุกขั้นตอนจากบันทึกที่เขาได้จดไว้และมันก็ไม่น่าเชื่อว่าจากบันทึกของเขาได้ทิ้งร่องรอยให้พบกับปัญหา เขาพบว่าเวลาที่ใช้ในการซื้อไอศกรีมรสวนิลาสั้นกว่าเวลาในการซื้อไอศกรีมรสอื่นๆ เนื่องจากคนส่วนใหญ่ในเมืองนี้จะชอบทานไอศกรีมรสวนิลามากกว่ารสอื่นๆเจ้าของร้านจึงได้นำไอศกรีมรสวนิลามาวางขายไว้ที่หน้าร้านเพื่อลูกค้าจะได้ซื้อสะดวก และรวดเร็ว ส่วนรสอื่นๆ จะวางไว้หลังร้านซึ่งจะทำให้ใช้เวลาในการซื้อนานกว่ารสวนิลา

วิศวกร ได้คำตอบของปัญหานี้อย่างคาดไม่ถึง คือ ปัญหาที่รถ start ไม่ติด ไม่ใช่เพราะไอศกรีมรสวนิลาแต่เป็นเพราะระยะเวลาที่เขาใช้ในการหยิบไอศรีม ต่างหาก!!!! แต่ทำไมการใช้เวลาสั้นกว่า ทำให้รถสตาร์ทไม่ติด มันเป็นสิ่งที่เขาต้องค้นหาต่อไป ต่อมา ไม่นานเขาก็พบว่าการใช้เวลาที่เร็วกว่าในการซื้อไอศกรีมรสวนิลาเครื่องยนต์ยังคงร้อนอยู่ทำให้การไหลของเชื้อเพลิงยังไม่สมบูรณ์ จึงไม่สามารถ start เครื่องได้ แต่ในทางตรงกันข้าม เมื่อพวกเขาซื้อไอศกรีมรสอื่นๆ ซึ่งต้องใช้เวลานานกว่า รถกลับ start ติดเนื่องจากมีเวลาให้เครื่องยนต์เย็นลงก่อนที่จะสตาร์ทเครื่องยนต์ใหม่อีกครั้ง

โปรดจำไว้ว่า

ถึงแม้ปัญหาที่ดูเหมือนไร้สาระและเป็นไปไม่ได้ บางครั้งอาจเป็นความจริง และเราก็อาจจะสามารถแก้ปัญหานั้นๆได้อย่างง่ายดายด้วยความคิดอันชาญฉลาด และเฉียบแหลม อย่ามัวแต่พูดว่า " IMPOSSIBLE " โดยปราศจากความพยายามอย่างถึงที่สุด พวกคุณลองสังเกต คำว่า "IMPOSSIBLE " ดูให้ดี เพราะบางทีพวกคุณอาจจะมองเห็นเป็นคำว่า " I' M POSSIBLE " เรื่องราวต่างๆรวมถึงปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่จะมาจากทัศนคติ และ การรับรู้ของพวกคุณเองนั่นแหล่ะ มองสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ในขณะนี้ให้ดี หลายๆคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระเป็นไปไม่ได้ แต่ใช้เหตุผล ข้อมูลที่มากเพียงพอและความพินิจพิเคราะห์ให้ละเอียดถ่องแท้สิ่งที่อยู่ในมือคุณอาจจะมีคุณค่าต่อชีวิตของคุณมากกว่าที่คุณคิด


เข้ามาใหม่ครั้งแรก

11:41, 2006-Jul-3 .. 1 comments .. Link

ตอนแรกตั้งใจจะมาอ่านของคุณโรจน์อยู่อย่างเดียวเห็นว่ามีข้อมูลที่ดีมาก ๆ ในธุรกิจแอมเวย์มานำเสนอทุกที

 

ผมก็ต้องบอกเลยว่าผมเองก็ทำธุรกิจแอมเวย์มาแล้ว 1 ปี ซึ่งเซ็นเตอร์ของผมนี่จะอยู่ใจกลางกรุงเทพฯเลย(ไม่ขอบอกสถานที่อย่างโจ่งแจ้ง) โดยมีผู้นำเป็นเพชรคู่ก็คือ อ.ประกอบ วงศ์สมบูรณ์ ซึ่งเซ็นเตอร์นี่ได้ให้ความอบอุ่นกับผมมาก แม้ว่าคนที่ชวนผมมาจะไม่อยู่แล้วก็ตามที

 

ถ้าใครไม่อยากเข้ามาดูก็เชิญครับ ขออย่างเดียวอย่าได้เขียนในทางเสียหายก็เป็นพอครับ ผมตั้งใจว่าผมจะทำบล็อกขึ้นมาเพื่ออยากจะพูดสิ่งได้แนวความคิดมาจาก amway โดยตรงเลย

 

ใคร ๆ ก็บอกว่าแอมเวย์ยากจังเลย เพราะขนาดคนที่จบดอกเตอร์มายังเลิกจากแอมเวย์มาแล้วเลย

แต่แอมเวย์ก็ง่ายมั่ก ๆ เพราะคนจบป.6 เป็นเด็กเข็นผัก ยังสามารถประสบความสำเร็จเป็นเพชรได้เลย

 

พูดแค่นี้ละกัน เดี๋ยวขอไปนอนก่อนละกันครับ



About Me

Home
My Profile
Archives
Friends
My Photo Album

Links


Categories

Amway business
Positive Thinking

Recent Entries

เกลียด Amway (ต่อ)
เกลียด Amway จัง????
งานเปิดตัว Atmosphere ยิ่งใหญ่จริง!!!!
เพลงเพื่อกำลังใจ
Artistry ใช้แล้วแพ้จริงเหรอ

Friends