We want people helping people to help themselves | |
เกลียด Amway (ต่อ)จะขอบอกว่าที่ผมกำลังเขียนอยู่นี้ ถือว่าเป็นเพียงแค่ประเด็นหนึ่งที่เกิดขึ้นจากมุมมองของผม ซึ่งไม่ได้หมายถึงทั้งหมดของแอมเวย์ เพราะหากผมจะพูดถึงแอมเวย์ทั้งหมดที่ผมได้เรียนรู้มาละก็ เดี๋ยวเอาไว้ผมไปพูดกับคนที่สงสัยตัวต่อตัวเลยดีกว่าไหมครับ อิอิ
ถามว่า ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่สำเร็จได้จากการที่จูงใจความโลภของคนนี้ไม่ใช่เหรอ - - เอ่อ เอาเป็นว่าผมถามกลับได้ไหม ว่า คุณทำงานอะไรอยู่เหรอครับ แล้วปัจจุบันได้รายได้เท่าไรครับ เอางี้ ผมขอให้คุณโอนเงินเดือนมาให้ผมที่บัญชี xxxxx นี้ได้ไหมครับ ผมว่าคุณคงเคยแต่ได้ยินว่า อยากรวยไหม ทำแอมเวย์สิ ประมาณนี้มั้ง เงินไม่ใช่พระเจ้าครับ แต่เอาไว้ใช้ซื้อสิ่งต่าง ๆ ที่จำเป็นได้ หากคุณเจ็บป่วยเข้าโรงพยาบาล คุณจะบอกพยาบาลไหมครับว่า ตอนนี้ผมทำไร่กล้วยมีกล้วยจากไร่ของผมเองประมาณ 1,000 หวี เอามาแลกกับค่าใช้จ่ายทางโรงพยาบาลแทนละกัน (ถ้าจะมีแบบนี้ก็ตอนยังไม่มีการใช้เงินแลกเปลี่ยนนั่นละครับ)- - ทุกสิ่งทุกอย่างมองได้ทั้งสองด้านละครับ อย่างเช่น คนจะลอยได้ก็เพราะน้ำ แต่คนก็จมได้เพราะน้ำเช่นกัน
หากคุณเป็นคนที่มีการศึกษาสูงนะครับ คงเคยอ่านเจอเกี่ยวกับ การที่เราจะเรียนในเรื่องต่าง ๆ เราจำเป็นต้องเรียนรู้แนวคิดที่ถูกต้องเสียก่อน คุณหมอเขาก็ต้องมีการเรียนเรื่องจรรยาบรรณ ถูกไหมครับ (อันนี้ไม่แน่ใจ แต่คิดว่าใช่อะนะ) บริษัทแต่ละบริษัทถามว่าเขามองเป้าหมายไปที่ผลกำไร ใช่ไหมครับ ผลประโยชน์ที่มีต่อบริษัทถูกไหมครับ - - แต่พอผมศึกษาแอมเวย์แล้ว ผมมองว่าบริษัทแอมเวย์ถือว่ามีแนวคิดที่ต่างออกไป หากผมจะบอกว่า วิสัยทัศน์เขาคือ การช่วยเหลือผู้คน คุณคงไม่ค่อยเชื่อหรอกผมขอบอกเลยนะว่าผมอายุ 21 จะ 22 แล้วก็ตอนนี้กำลังศึกษาอยู่ ม.ธรรมศาสตร์ ชั้นปี 4 แน่นอนละ คุณมองโลกในแง่ร้ายก็ไม่แปลก เพราะผมเองก็เคยมองแบบนั้น คุณอาจจะมองว่าผมยังเด็กอยู่ ไม่ค่อยมีประสบการณ์เท่าไร ก็แล้วแต่ แต่ธุรกิจแอมเวย์หากถามว่ามีอาชีพไหนไหมที่ไม่ทำในธุรกิจแอมเวย์ ก็บอกได้เลยว่า ไม่มี ทุกเพศทุกวัยก็ทำกันเยอะ ขนาด 80 ปียังมีเลยครับ เขาทำไปเพื่อเงินเหรอ ผมว่าคงไม่ใช่ ผมไม่เคยเข้ามาเพราะเรื่องของรายได้เลย รายได้ผมรู้ว่าได้แน่นอนอยู่แล้ว แต่ยังมีอีกหลายอย่างที่ในธุรกิจแอมเวย์สามารถตอบโจทย์ให้กับชีวิตของเราได้ หากมองดี ๆ
ถามว่าถ้ามันดีอย่างนี้ ป่านนี้ก็ทำกันหมดแล้วสิ - - เอาเป็นว่าคนเหมือนกัน แต่ต่างกันเพราะความคิดของคนนะครับ (ตอบแบบรวบรัดอย่างนี้จะเข้าใจไหมเนี่ย แต่ตอบยาวก็ไม่รู้จะตอบไปทำไม)
แล้วอีกเรื่องเห็นว่า ให้คนอื่นทำงานแทน - - เอ่อ คุณเคยมาทำแอมเวย์เหรอเปล่าครับ เหอๆๆๆ อันนี้คงต้องถามจริง ๆ แล้วก็แน่นอนนะครับ มันขึ้นอยู่กับแนวคิดของแต่ละคนละครับ ความจริงหากผมพูดแผนการตลาด ตรงนี้จะกระจ่างเลยละว่าให้คนอื่นทำงานแทนจริงเหรอ
เอาเป็นว่า สิ่งที่ผมพิมพ์ไปทั้งหมดเกิดขึ้นจากแนวคิดของผม ไม่เกี่ยวกับแอมเวย์นะครับ อิอิ เกลียด Amway จัง????ผมไม่ได้เป็นคนเกลียดแอมเวย์หรอกนะครับ แต่ผมเห็นคนอื่นพูดในลักษณะนี้มาเยอะมาก ไม่ว่าจะในเวลาเราไปเจอคนอื่น ๆ หรือว่าในเวปไซด์ต่าง ๆ ที่เป็นการเขียนแบบเสรี แน่นอนครับ ผมอ่านดู ผมรู้เลยว่า เขาเกลียดแอมเวย์เพราะอะไร แต่หากมองในแง่ที่ผมเป็นมนุษย์ธรรมดาคนนึงที่ไม่เกี่ยวกับแอมเวย์นะ(แม้ว่าผมจะทำแอมเวย์อยู่) ผมว่าแอมเวย์เนี่ย เป็นแค่สื่อกลางให้คุณเข้าใจ แต่การที่คุณจะสมัครหรือไม่สมัครเนี่ย ขึ้นอยู่กับว่า คุณได้เจอกับใคร ไม่ใช่ว่าเพราะว่าแอมเวย์ดีหรือไม่ดีหรอก(จริง ๆ นะลองคิดดู)
ผมก็มีหลายกรณีที่จะมาพูด คือเขาบอกเลยว่า แฟนเขาเลิกเพราะ แอมเวย์ ผมลองอ่านแล้วก็นึกขำว่า นี่ขนาดแอมเวย์ไม่ใช่คนหรือสิ่งที่มีชีวิตที่บอกเพศได้ยังสามารถทำให้เขาโกธรเลยได้เลยนะเนี่ย ยังทำให้แฟนเขาถึงกับเลิก แต่ผมเห็นคนหลายคนที่เขาเลิกกัน บางส่วนผมว่าต่อให้เข็มสะกิดก็เลิกกันได้แล้วนะครับ ผมว่าไม่ว่าใครก็สามารถเลิกกันได้ แต่น่าแปลกพอมีเรื่องแอมเวย์ ก็จะบอกว่าแฟนเลิกกันเพราะแอมเวย์ - - เฮ้อ
แล้วก็อย่างมีบางคนบอกว่า เนี่ยเพื่อนมันพูดอะไรก็แอมเวย์ ๆ จนไม่คบแล้ว ผมเข้าใจครับว่าคุณไม่ชอบ แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าเพื่อนคุณเป็นคนอย่างไรนั่นแหละครับ คุณคบกับเขาเพราะอะไรผมไม่รู้ แต่แอมเวย์จะเป็นอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะไประลึกว่าครั้งแรกคุณเจอกับแอมเวย์อย่างไรหรือเปล่า เพราะคงเคยได้ยินคำว่า first impression นะครับ ก็คือความรู้สึกครั้งแรกเจอ นี่คือคนทุกคนต้องมี คุณจะบอกว่าคุณไม่มีคงไม่ได้เพราะนี่เป็นสัญชาติญาณของทุกคนละครับ
แล้วก็อีกหลายกรณี อย่างไปเจอเพื่อนใหม่บอกว่าแอมเวย์ คุณก็ไม่รับฟังละ เพราะได้ยินมานาน แต่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณเคยฟังมากี่ครั้ง มันขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเปิดใจรับฟังเมื่อไรตั้งหาก ผมก็คนนึงละที่เคยไปฟังมา 10 กว่าที่แต่ก็ไม่สมัคร (จากบริษัทขายตรงอื่น) แล้วก็มีเพื่อนชวนไปฟังอีก 10 กว่าคน แต่พอผมเปิดใจผมลองไปฟังดู ผมสมัครในวันนั้นเลย ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้มีเงินมากอะไร และมีหลายเหตุผลที่ไม่สมัครได้เลย
คนส่วนใหญ่มักจะโทษแต่คนอื่นเสมอละครับ ไม่ผิดที่เขาจะมีนิสัยเพราะถือว่าเป็นการป้องกันตัวชนิดนึง(กรุณาอ่านด้วยว่าส่วนใหญ่ถ้าคุณเป็นส่วนน้อยก็ดีครับ ผมชอบ) แต่น่าแปลก ผมศึกษาในแอมเวย์นี้ คนเป็นผู้นำจะบอกว่า ให้คุณรู้จักโทษตัวเอง (ไม่ได้หมายถึงทำไม่ได้นะ - -) ที่ผมหายไปนาน ผมจริงก็คือกำลังตั้งใจทำแอมเวย์ให้มากขึ้นละนะครับ แต่พอดีมาอ่านเจอคนเกลียดแอมเวย์ เลยอยากเขียนมาเผื่อว่าหลายท่านจะเอียนเต็มทีแล้ว
ผมว่าน่าแปลกนะที่คนเราจะเกลียดอะไรได้ง่าย ๆ แม้ว่าสิ่งที่เกลียดนั้นจะไม่ใช่คนหรือสิ่งของ เพียงเพราะสิ่งของเกี่ยวข้องกับคนเท่านั้นเอง งานเปิดตัว Atmosphere ยิ่งใหญ่จริง!!!!หลังจากเมื่อวันที่ 23 กันยายน ได้มีการเปิดจำหน่ายเครื่องกรองอากาศ Atmosphere รอบทั่วไปซึ่งแน่นอนว่ามีคนไปซื้อกันตั้งแต่เช้า(6โมงยังมีคนมารอกันเลย)ยันไปถึงเย็น ซึ่งหมดไปล็อตนึง วันนั้นผมก็ไปรอ 6 โมงเช้า..................ให้คนอื่น เพราะตัวเองทำเฟริสช้อยส์ไม่ได้(ผมเป็นนักศึกษาอยู่) วันที่ 24 กันยายน ผมได้ไปสอนพิเศษอยู่ที่งามวงศ์วานเห็นว่าใกล้กับเมืองทองธานี จึงลองไปดู พอไปถึงในงาน ก็อย่างที่คิดนั่นคือ คนยังคงหนาแน่นเหมือนที่ผมเคยไปงาน expo (แม้ว่าจะน้อยกว่าหลายเท่าก็ตาม) แม้จะมีสินค้าเพียงแค่ Atmosphere แต่ก็มีผู้คนมากันอย่างล้นหลาม และที่สำคัญที่นี่มีการซื้อเครื่องกรองอากาศด้วย และมีการให้บัตรคิวซื้อสินค้า - - ถึงขนาดนั้นเลย แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่น่าตกใจอะไรหรอก แต่สิ่งนี้ซิที่ผมเห็นแล้วต้องบอกว่า ขนาดนั้นเลยเหรอ?? คือมีคนเขียนป้ายบอกว่า รับซื้อบัตรคิว กัน รู้สึกที่ได้ยินข่าวมาคือ ต้องรอเครื่องนี้อีก 3 เดือนหน้าเลย หลังจากที่ผมได้ไปฟังผู้ประสบความสำเร็จมาแชร์เรื่องเครื่องกรองอากาศ ซึ่งบอกได้คำเดียวว่า สุดยอด!!! เดิมทีผมว่าผมตื่นเต้นเรื่องตัวเซ็นเซอร์ฝุ่นอยู่แล้ว(สามารถบอกได้ว่าภายในห้องมีฝุ่นมากหรือไม่) แต่ยิ่งตื่นเต้นมากหลังจากที่ได้ฟัง ก็เดี๋ยวจะแว่บมาบอกละกันว่ามีอะไรที่สุดยอดบ้างในคราวหน้าArtistry ใช้แล้วแพ้จริงเหรอArtistry ถือว่าเป็นเครื่องสำอางค์และผลิตภัณฑ์บำรุงผิวภัณฑ์ที่ดีไม่น้อยหน้ากว่า Lancome, Clinique, Estee luander เลย เพราะได้รับการยอมรับจากยูโรมอนิเตอร์ว่าติดอันดับ 1 ใน 5 ของยอดขายเครื่องสำอางค์ทั่วประเทศ และหากได้รับข้อมูลจากในเซ็นเตอร์จะรู้ได้เลยว่าอาร์ทิสตี้ถือได้ว่าเกินเกรด A ไม่ใช่สินค้าที่ไม่ได้คุณภาพ และราคาแพง
แต่มีบางคนบอกว่า Artistry เคยใช้แล้วแต่แพ้ นั่นแสดงว่าเกิดจากการที่คุณได้รับข้อมูลจากคนที่แนะนำท่านไม่ครบถ้วน หรือไม่ก็คนที่แนะนำท่านยังไม่มีข้อมูลที่จะบอกได้(เพิ่งเข้าทำธุรกิจ) จึงทำให้บางคนคิดว่าแพ้ ก่อนอื่นเลยสำหรับคนที่จะเริ่มใช้ Artistry ผมจะถามว่า เคยใช้ยาหมอหรือเปล่า และเคยแพ้เครื่องสำอางค์อะไรไหม หากเขาไม่ทั้งสองอย่าง ก็สามารถที่จะให้เขาทดลองได้ แต่หากว่าใช่สักข้อใดข้อหนึ่ง อันนี้ต้องมาเจาะลึกกันอีกครั้งว่าเป็นอย่างไร สารานุกรมออนไลน์วิกีพีเดียไทยตอนนี้ที่ผมหายไปซักพัก เพราะกำลังเขียนสารานุกรมออนไลน์วิกีพีเดียไทย http://th.wikipedia.org อยู่ ซึ่งผมกำลังเขียนเรื่องของแอมเวย์ให้แก่ผู้ที่สนใจได้เข้าไปดู เพื่อได้ความรู้ที่ถูกต้องและเข้าใจมากขึ้น ผมก็เป็นคนหนึ่งนะครับที่เคยเข้าใจว่าเป็นธุรกิจแบบไม่ดี เอาเปรียบคน แต่พอผมลองเปิดใจมาศึกษาดูทำให้ผมเข้าใจว่านี่ไม่ใช่อย่างที่ผมคิด ใครที่ยังมีอคติกับแอมเวย์อยู่ ก็ไม่ต้องเข้ามานะครับ |
About MeMy Profile Archives Friends My Photo Album LinksCategoriesAmway businessPositive Thinking Recent Entriesเกลียด Amway (ต่อ)เกลียด Amway จัง???? งานเปิดตัว Atmosphere ยิ่งใหญ่จริง!!!! เพลงเพื่อกำลังใจ Artistry ใช้แล้วแพ้จริงเหรอ Friends |